วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นักเขียนซีไรต์ “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์”


งานชุมนุมวรรณกรรมและเปิดบ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดนักเขียนซีไรต์ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์มีคนในแวดวงวรรณกรรม พร้อมด้วยนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมมากมาย

-รูปปั้น กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เพื่อรำลึกถึงนักเขียนซีไรต์

          เมื่อวันที่ 10 ก.พ.55 ซึ่งเป็นวันแรกของงานชุมนุมวรรณกรรมและเปิด บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ” (Kanokpong Vive Museum) ณ บ้านเกิดนักเขียนซีไรต์ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ บ้านลำรุน ถ.ควนขนุน-เขาปู่ ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีนักเขียนและกวีจากทั่วประเทศ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาใน จ.พัทลุง เข้าร่วมอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยงานเริ่มประมาณ 10.00 น. จากนั้นก็ยังมีผู้ทะยอยเข้าร่วมเรื่อยๆ
          ทั้งนี้ งานชุมนุมวรรณกรรมและเปิดบ้านนักเขียนซีไรต์ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ดังกล่าวจัดโดยกองทุนกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ร่วมกับภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยตามกำหนดการจะดำเนินไปสิ้นสุดในวันที่ 11 ก.พ.55 ช่วงค่ำๆ

-กลุ่มนักเขียนภาคใต้บนเวทีอภอปรายจากซ้ายไปขวา รัตนชัย มานะบุตร, กร ศิริวัฒโน, ขวัญยืน ลูกจันทร์, ขจรฤทธิ์ รักษา, เสน่ห์ วงษ์คำแหง และ วัชระ สัจจะสารสิน

           สำหรับกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลน์ของวันแรก ประกอบด้วย ปาฐกถาแรงบันดาลใจจากกนกพงศ์สู่คนรุ่นใหม่โดย ผศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือนามปากกาไพฑูรย์ ธัญญา นักเขียนซีไรต์, การแสดงดนตรีของ มาโนช พุฒตาล ภายใต้หัวข้อ “(กนกพงศ์) คนฟังเสียงฝน”, เสวนาล้อมวงวรรณกรรมของคนหนุ่มสาวโดย วัชระ สัจจะสารสิน ประมวล มณีโรจน์ และกลุ่มนาคร รัตนชัย มานะบุตร กลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ ขจรฤทธิ์ รักษา จตุพล บุญพรัด ตัวแทนนักศึกษา ม.มหาสารคาม มอ.ปัตตานี ม.วลัยลักษณ์,

          บทกวีในเสียงเพลงจาก กุ้ง สันติชน และ เจริญ คงสวัสดิ์ และเพลงบอกจากกลุ่มยุวกวีควบคุมโดย รัตนธาดา แก้วพรหม และ สมใจ สมคิด, เสวนา มโนราห์ในกึ่งศตวรรษโดย มโนราห์ ปรีชา อำนวยศิลป์, อ่านบทกวีชุด อุทกภัยในดวงตา จากกลุ่มนิสิต ม.มหาสารคาม และบทกวีจากนักเขียน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการแสดงมโนราห์แบบโบราณคณะปรีชา อำนวยศิลป์ และมโนราห์พินพัน

          ส่วนกิจกรรมวันที่สอง (11 ก.พ.55) ประกอบด้วย ปาฐกถา พื้นที่วัฒนธรรม พื้นที่หัวใจของมนุษยชาติโดย สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติ, อ่านบทกวีโดย เสน่ห์ วงษ์คำแหง กลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ, เสวนาเส้นทางวรรณกรรมท้องถิ่นสู่สากลโดย นรีภพ สวัสดิรักษ์ วัชระ สัจจะสารสิน พิเชฐ แสงทอง และพิธีเปิดป้าย บ้านนักเขียนมีการประโคมดนตรีโดยวงใต้สวรรค์
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์
      
 ภาพโดย .. ชวิน ถวัลย์ภิยโย

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ปัญหาโลกแตกบนเกาะภูเก็ต


มท.ตั้งชุด ฉก.แก้ปัญหาแท็กซี่ป้ายดำที่ภูเก็ต....
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เผย มท.ตั้งชุดเฉพาะกิจแก้ปัญหารถแท็กซี่ป้ายดำในพื้นที่ภูเก็ต หลังมีการร้องเรียนไปถึงกระทรวง ทั้งการข่มขู่แท็กซี่ด้วยกัน การคิดอัตราค่าโดยสารไม่เป็นธรรม ยืนยันที่ผ่านมาจังหวัดพยายามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
              นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงปัญหาการร้องเรียนกรณีปัญหารถป้ายดำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่นักท่องเที่ยวว่า ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการของรถ แท็กซี่ป้ายดำที่ให้บริการผู้โดยสารตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตมาโดยตลอด
      
       “ทั้งเรื่องการรับส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ยอมให้รถต่างพื้นที่เข้าไปรับผู้โดยสารในพื้นที่ ที่มีรถให้บริการประจำถิ่นอยู่แล้ว มีการแย่งผู้ โดยสาร จนมีปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ขับขี่ถึงขั้นมีการข่มขู่ และทำร้ายร่างกายกัน รวมไปถึงการคิดอัตราค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรมในหลายๆ พื้นที่ เช่น ป่าตอง กะตะ กะรน สาคูนายตรีกล่าว และว่าที่ผ่านมามีข่าวออกไปตามสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของรถแท็กซี่ป้ายดำในภูเก็ต
      
       ล่าสุด ได้รับการประสานจากส่วนกลางว่ามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหารถแท็กซี่ป้ายดำ ไปยังกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยจะตั้งชุดเฉพาะกิจลงมาดูแล แก้ปัญหาดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องของรถแท็กซี่ป้ายดำแล้ว ยังจะลงมาดูแลเรื่องของกลุ่มผู้มีอิทธิพลด้วย คาดว่ามีการลงพื้นที่มาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2555
      
       นายตรีกล่าวต่ออีกว่า สำหรับปัญหาเรื่องของรถแท็กซี่ป้ายดำนั้น ทางจังหวัดภูเก็ตเองก็พยายามที่จะแก้ไขมาโดยตลอด และไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ทำได้ยากและต้องใช้ เวลาพอสมควร รวมทั้งจะต้องอาศัยกำลังจากส่วนกลางเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่งด้วย
      
       การแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมาทางจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ให้บริการตามจุดต่างๆ พยายามจะนำรถป้ายดำมาขึ้นทะเบียน เพื่อเปลี่ยนรถป้ายดำให้เป็นรถป้ายเขียว โดยให้อยู่ในรูปของสหกรณ์ และมีจุดให้บริการที่ชัดเจน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที รวมถึงการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการให้บริการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้กรณีที่เกิดปัญหาขึ้น
      
       ซึ่งการดำเนินการได้รับการตอบรับในระดับหนึ่ง เป้าหมายต่อจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นรถมิเตอร์ แต่ก็มีปัญหาในเรื่องระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ ที่มีข้อกำหนดชัดเจน กรณีเปลี่ยนเป็นรถมิเตอร์ เช่น ขนาดของเครื่องยนต์ อายุของรถ ทำให้เจ้าของรถบางรายไม่สามารถดำเนินการได้และการซื้อรถใหม่ก็ต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงยังไม่ประสบผลและเป็นไปค่อนข้างล่าช้า
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์
---------------------------
...ถ้าใครแก้ได้ คงได้เป็นเทพเจ้า!!!!....

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เอากันเข้าไป!?...

รุมโต้คำทำนาย เด็กชายปลาบู่ยัน เขื่อนภูมิพลไม่แตกแน่?????...
ผู้ว่าฯตาก - ผอ.เขื่อนฯ ดาหน้าโต้คำทำนาย เด็กชายปลาบู่บอกเขื่อนภูมิพลแตกวันขึ้นปีใหม่ 2555 ยัน เป็นไปไม่ได้ตัวเขื่อนแข็งแรงรับแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์ เทียบได้กับเขื่อนฮูเวอร์ของอเมริกา มี เขาแก้ว-เขาถ้ำรับน้ำหนักทั้งหมด ย้ำหากเขาไม่ถล่มเขื่อนไม่พังแน่      
       
หลังเกิดข่าวลือในโซเชียลมีเดียตลอดหลายวันที่ผ่านมา เรื่องเด็กชายปลาบู่ ที่ทำนายไว้เมื่อ 38 ปีก่อนว่า เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก จะแตกในวันขึ้นปีใหม่ 2555 ซึ่งข่าวดังกล่าวได้สร้างความตกอกตกใจ อกสั่นขวัญแขวนให้กับประชาชนในจังหวัดตาก และจังหวัดใกล้เคียง เช่น กำแพงเพชร นครสวรรค์ ที่จะเป็นแหล่งรองรับน้ำจำนวนมหาศาลหากเขื่อนภูมิพลแตก ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใต้เขื่อนจำนวนมากต่างโทรศัพท์สอบถามไปยังศาลากลาง จังหวัดตากจนสายแทบไหม้นั้น
      
       นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้เปิดเผยว่า เรื่องข่าวลือของน้องปลาบู่ตามอินเทอร์เน็ต ว่าเขื่อนภูมิพล จะแตกในวันขึ้นปีใหม่ 2555 ที่จะถึงนี้ ได้สร้างความตื่นกลัวให้แก่ชาวจังหวัดตากและใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง บางรายโทร.มาปรึกษาว่าจะขายบ้านขายไร่นาเพื่อหอบเงินหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย
      
       ขอบอกเลยว่า การรับฟังข่าวลือขอให้ใช้วิจารณญาณด้วย เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ เขื่อนภูมิพลแม้จะกักเก็บน้ำไว้มากก็จริง แต่มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์ แต่ที่ผ่านมาแผ่นดินไหวที่เคยเกิดแค่ 3 ริกเตอร์เท่านั้น และเขื่อนภูมิพลก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่รอยเปลือกโลก ดังนั้น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ไม่ต้องขายที่ขายทางหนีหรอก เพราะเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้นเอง
      
       เช่นเดียวกับนายณรงค์ ไทยประยูร ผอ.เขื่อนภูมิพล ก็ได้กล่าวว่า เขื่อนภูมิพล สร้างขึ้นจากวิศวกรรมที่ทนต่อแรงสั่นสะเทือนมากกว่า 7 ริกเตอร์ โอกาสเกิดแผ่นดินไหวยากมาก และเขื่อนมีการออกแบบอย่างนี้เทียบเท่ากับเขื่อนฮูเวอร์ของอเมริกา เป็นเขื่อนคอนกรีตโค้ง เอาแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดวางไว้กับภูเขา เขาแก้ว-เขาถ้ำทั้งสองข้างรับแรงทั้งหมด หากเกิดการสั่นก็ต้องสั่นทั้งภูเขา ฉะนั้นหากภูเขาไม่พังเขื่อนก็ไม่พัง
      
       “รับรองได้ว่าเขื่อนภูมิพลปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เรามีการตรวจบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา
ที่มา...ASTVผู้จัดการออนไลน์